สำนักข่าวที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่สังคม News media driving positive social change.

Joined February 2017
87,006 Photos and videos
‘ณัฐพงษ์’ จี้ กกต. พิมพ์บัตรใหม่ไร้เลขต้นขั้ว ชี้ส่อรับสารภาพข้อผิดพลาด จ่อยื่นฟ้อง ม.157 พร้อมจี้เปิดคะแนนรายหน่วยสางปมบัตรเขย่ง วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อชุดใหม่ที่ไม่มีการพิมพ์เลขต้นขั้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องของกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ณัฐพงษ์ ระบุว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลือกที่จะสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ โดยไม่นำบัตรสำรองชุดเดิมที่เหลืออยู่อีกหลายล้านใบมาใช้ ถือเป็นการยอมรับโดยนัยว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีปัญหาจริง พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง พิจารณาหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โดยในส่วนของพรรคประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นฟ้องดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) ขณะที่ภาคประชาสังคมได้ดำเนินการร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ไปแล้วเช่นกัน สำหรับกรณีที่ กกต. ออกมาแถลงเตือนเรื่องการห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งนั้น หัวหน้าพรรคประชาชน โต้แย้งว่า ตามข้อกฎหมายระบุเพียงการห้ามถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ดังนั้นการถ่ายภาพก่อนฉีกออกจากต้นขั้วจึงถือว่าทำได้ นอกจากนี้ แม้จะไม่มีการถ่ายภาพ แต่หากผู้ออกเสียงจดจำเลขต้นขั้วของตนเองได้ ก็สามารถสืบย้อนไปถึงผู้ที่มาต่อคิวลงคะแนนได้เช่นกัน “ผมเชื่อว่า กกต. ทราบถึงช่องโหว่นี้ดี จึงได้สั่งพิมพ์บัตรใหม่เพื่อปิดปัญหา ซึ่งขัดแย้งกับที่ กกต. เคยยืนยันมาตลอดว่ากระบวนการเลือกตั้งมีความลับ การตีความกฎหมายเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง หากหลักการลงคะแนนต้องเป็นความลับ ก็ต้องเป็นความลับถึงที่สุดตลอดไป ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ กกต. หรือบุคคลใดสามารถเปิดหีบแล้วตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร” ณัฐพงษ์ กล่าว นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ ยังได้เรียกร้องให้ กกต. เร่งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะเพื่อความโปร่งใส โดยเฉพาะเอกสารใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) และรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำภาพถ่ายที่บันทึกไว้ในวันเลือกตั้งมาตรวจสอบเทียบเคียงว่า มีความคลาดเคลื่อนหรือเกิดสถานการณ์บัตรเขย่งจริงหรือไม่ และตัวเลขรวมตรงกับระบบรายงานผล ECT Report หรือเปล่า ในช่วงท้าย เมื่อถามถึงแผนสำรองหากศาลมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมสัมมนาพรรคได้มีการหารือและเตรียมแผนรับมือไว้ทุกฉากทัศน์ (Scenario) แล้ว โดยมี ธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้นำเสนอภาพรวมและกรอบเวลา (Timeline) หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม พรรคไม่อาจก้าวล่วงอำนาจศาลได้ ทุกอย่างต้องรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews
38
20
1,123
‘ณัฐพงษ์’ รับพรรคประชาชนเตรียมแผนสำรองรับมือคดี 44 สส. ลั่นพร้อมสละเก้าอี้หัวหน้าพรรค หากถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเตรียมเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เพื่อรองรับผลกระทบจากคดี 44 สส. ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือนเมษายนนี้ ณัฐพงษ์ เน้นย้ำจุดยืนเรื่องความบริสุทธิ์ของตนเองและกลุ่ม สส. ที่อยู่ในข่ายคดี 44 สส. โดยระบุว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ควรมีบุคคลใดต้องถูกดำเนินคดีจากกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงในภาพรวม หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทตนเองไปรับผิดชอบงานด้านอื่น เช่น การลงพื้นที่สร้างเครือข่ายของพรรคให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นฐานรากสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า สำหรับประเด็นการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคซึ่งจะส่งผลผูกพันไปถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ณัฐพงษ์ระบุว่า กระบวนการทั้งหมดจะต้องผ่านการหารือและเป็นมติจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาชนว่าจะเลือกผู้ใดขึ้นมาทำหน้าที่แทน “อย่าเพิ่งพูดไปถึงตรงนั้น ผมว่าเราจับตาดูเรื่องของคดีที่จะออกจาก ป.ป.ช. ไปศาลฎีกาว่าเป็นอย่างไร” ณัฐพงษ์ กล่าว ในส่วนของข้อต่อสู้ทางกฎหมาย หัวหน้าพรรคประชาชนเปิดเผยว่า ทีมกฎหมายของพรรคยังคงยึดแนวทางเดิม โดยได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาครอบคลุมว่าที่ สส. ทั้ง 10 คน (แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน และ สส.เขต 2 คน) เพื่อขอให้ศาลพิจารณาไม่มีคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลอย่างเป็นทางการ เมื่อถามถึงความกังวลกรณีแกนนำอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนเกิดภาวะสูญญากาศทางการเมือง ณัฐพงษ์ ยืนยันว่าไม่กังวลกับสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากพรรคได้จัดเตรียมบุคลากรที่มีความพร้อมสำหรับรับไม้ต่อในทุกกลไกไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งในส่วนของตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการและผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่ายค้าน โดยขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายชื่อบุคคลดังกล่าวต่อสาธารณะ แต่ยอมรับว่าได้มีการหารือและตกลงกันเป็นการภายในอย่างชัดเจนแล้ว #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews
18
23
1,283
ทำไมทรัมป์ถึงส่งเรือพยาบาลไปยังเกาะกรีนแลนด์ฃ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) ว่า เขากำลังส่งเรือโรงพยาบาลไปยัง ‘กรีนแลนด์’ ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์กในแถบอาร์กติกที่ทรัมป์พยายามจะขอซื้อมาโดยตลอด แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง 🔴 ทรัมป์ส่งเรือพยาบาลไปกรีนแลนด์ เพราะอะไร ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมรูปภาพประกอบเป็นเรือพยาบาล USNS Mercy โดยระบุว่า เราได้ร่วมมือกับ เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาที่ยอดเยี่ยม เพื่อส่งเรือพยาบาลลำใหญ่ไปยังกรีนแลนด์ โดยอ้างว่า เพื่อดูแลผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับการรักษาที่นั่น ตอนนี้เรือกำลังเดินทางไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ‘ยังไม่มีความชัดเจน’ ว่าทรัมป์อ้างถึงสถานการณ์ใด ขณะที่สาเหตุที่แท้จริง ‘ก็ยังคงมีความคลุมเครือ’ เนื่องจากทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์กมีระบบรัฐสวัสดิการด้านสุขภาพที่ให้การรักษาฟรีแก่ประชาชนอยู่แล้ว นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การส่งเรือพยาบาลไปยังกรีนแลนด์อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม ‘แสดงอิทธิพลของสหรัฐฯ’ เหนือเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์ให้ความสำคัญอย่างมาก ทรัมป์พยายามผลักดันการเข้าควบคุมหรือครอบครองกรีนแลนด์มาโดยตลอด โดยระบุว่าเกาะแห่งนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ นอกจากนี้ เขายังได้แต่งตั้ง เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาที่ร่วมภารกิจส่งเรือพยาบาลครั้งนี้ ให้เป็น ‘ทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์’ ด้วย มีรายงานว่าทรัมป์โพสต์ประกาศเรื่องนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่กองบัญชาการอาร์กติกร่วมของเดนมาร์กได้ทำการอพยพลูกเรือจากเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ในน่านน้ำกรีนแลนด์ ซึ่งต้องการการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน แม้จะยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการส่งเรือพยาบาลในครั้งนี้หรือไม่ เบื้องต้น ทำเนียบขาว เพนตากอน และกองทัพเรือ ยังไม่มีการยืนยันหรือให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับคำสั่งนี้ ทำให้ถูกมองว่า อาจเป็นการประกาศฝ่ายเดียวของทรัมป์ผ่านโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางความกังวลของประชาชนชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ แฟ้มภาพ: Happy Photography / Shutterstock #TheStandardNews
3
2
1,263
บัตรเลือกตั้งใหม่ คันนายาว ไม่มี 'เลขบัตร' ที่ต้นขั้ว ด้านณัฐพงษ์ถาม กกต. ยอมรับว่าบัตรแบบเดิมมีปัญหาใช่หรือไม่ วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติใหม่ ของเขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่งได้มีประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือบัตรสีชมพู ซึ่งเดิมทีมีการพิมพ์ตัวเลขลำดับต้นขั้วกำกับมาด้วยนั้น ครั้งนี้ไม่ได้มีการพิมพ์ตัวเลขดังกล่าวมาที่ต้นขั้วอย่างเดิม โดยเว้นพื้นที่ว่างไว้ อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันนี้ ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ได้ยืนยันว่า การเลือกตั้งวันนี้ มีระเบียบขั้นตอนเป็นตามเดิม อุปกรณ์ การนับคะแนนเหมือนเดิมทั้งหมด แต่เป็นบัตรชุดใหม่ ที่พิมพ์จัดส่งมาใหม่ ขณะที่บัตรชุดเก่าซึ่งใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ถูกนำไปเก็บรักษาเพื่อรอการทำลาย ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า บัตรเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มี 'เลขบัตร' ปรากฏที่ต้นขั้วแล้ว เท่ากับยอมรับว่า บัตรที่ใช้เลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มีปัญหาใช่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับรายละเอียดเรื่องการจัดทำบัตรเลือกตั้งอุปกรณ์ในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ นั้น ในภาพรวมจะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. ส่วนกลาง ภาพ : ฐานิส สุดโต #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #TheStandardNews #ฐานิสสุดโต
8
327
190
8,683
นิด้าโพลเผยผลสำรวจ ‘เรื่องวุ่น ๆ หลังเลือกตั้ง’ ปชช. ส่วนใหญ่พอใจผลคะแนนเขตตนเอง เมินปมบาร์โค้ดทำเลือกตั้งโมฆะ วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ เรื่องวุ่น ๆ หลังเลือกตั้ง ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เพื่อสะท้อนมุมมองและความพึงพอใจต่อผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากการสำรวจระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้ง พบความแตกต่างระหว่างผลในระดับเขตและระดับประเทศ ดังนี้ ⚈ ระดับเขตเลือกตั้งของตนเอง: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.31 ระบุว่าค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 27.33 ระบุว่าพอใจมาก ขณะที่ร้อยละ 18.40 ระบุว่าไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 14.96 ระบุว่าไม่พอใจเลย ⚈ ระดับภาพรวมทั้งประเทศ: กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 29.69 ระบุว่าค่อนข้างพอใจ ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มที่ระบุว่า ไม่พอใจเลย ที่ร้อยละ 29.31 รองลงมา ร้อยละ 27.25 ระบุว่าไม่ค่อยพอใจ และมีเพียงร้อยละ 13.75 ที่ระบุว่าพอใจมาก สำหรับประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.31 ระบุว่าไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 20.53 ระบุว่าค่อนข้างกังวล ร้อยละ 18.40 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล ร้อยละ 10.23 ระบุว่ากังวลมาก และร้อยละ 0.53 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ เมื่อสอบถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อกรณีที่พรรคการเมืองใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อชี้นำสังคมในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.66 ระบุว่าเชื่อมาก รองลงมา ร้อยละ 28.94 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ ขณะที่ร้อยละ 17.02 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 16.87 ระบุว่าไม่เชื่อเลย และร้อยละ 3.51 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ #TheStandardNews #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เกมเดือดเลือกตั้ง69 #NewGameNewDeal
9
3
10
2,944
ภาคประชาชน-การเมืองเกาะติดการนับคะแนนใหม่ หน่วย 10 เขตคันนายาว วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) บรรยากาศหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้ง 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส. และคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ โดยเริ่มต้นนับตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีผู้สังเกตการณ์จากทั้งภาคประชาชน รวมถึงฝ่ายการเมืองต่างๆ ร่วมจับตาการรนับคะแนนอยู่โดยรอบ เช่น นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.), ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย และ ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อดีต สส. ปทุมธานี พรรคประชาชน เป็นต้น ในช่วงหนึ่งของการนับคะแนน ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT และ ดร. ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร. เรือบิน อดีตรองประธานอนุกรรมาธิการการเศรษฐกิจ AI สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามาซักถามถึงข้อสงสัยต่างๆ กับว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการ กกต. กทม. โดยเฉพาะกรณีขอความร่วมมืองดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติใหม่นั้น จะจัดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ระหว่างเวลา 8.00 น. - 17.00 น. ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เกมเดือดเลือกตั้ง69 #NewGameNewDeal #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
1
30
33
2,292
สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำชัด ‘เมาแล้วขับ’ ไม่มีเตือนก่อนปรับ ไม่ยอมเป่าเท่ากับเมาแล้วขับดำเนินคดีทันที วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงแนวทางการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจราจร ตามนโยบายการบริหารราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการกวดขันและเสริมสร้างวินัยจราจรอย่างจริงจัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เท่าเทียม และโปร่งใส โดยเฉพาะ ความผิดฐานเมาแล้วขับ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยย้ำชัดเจนว่า จะไม่มีมาตรการตักเตือนก่อนปรับ หากตรวจพบการกระทำผิดจะดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีในทันที รอง ผบ.ตร. ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งพบผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่งมีอาการมึนเมาอย่างหนัก โดยผู้ก่อเหตุได้ปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พยายามขับรถหลบหนี และก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ภายหลังถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่าสูงถึง 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา และทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการส่งฟ้องตามขั้นตอนทางกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับบทลงโทษทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้ระบุโทษของการเมาแล้วขับไว้อย่างชัดเจน ดังนี้: กรณีฝ่าฝืนเมาแล้วขับ (ความผิดครั้งแรก): โทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ กรณีก่อเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต: โทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที กรณีกระทำผิดซ้ำ (ภายใน 2 ปี): โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท พร้อมสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ กรณีปฏิเสธการเป่า ตรวจวัดแอลกอฮอล์: กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ขับรถในขณะมึนเมา จะต้องรับโทษเทียบเท่าข้อหาเมาแล้วขับ และอาจถูกแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติม ทางด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาร่วมรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ยึดหลัก เมาไม่ขับ อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความสูญเสียบนท้องถนน พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น และยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างมืออาชีพแม้จะถูกทำร้ายร่างกายก็ตาม ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเห็นอุบัติเหตุ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจร สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 หรือ สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง #TheStandardNews
15
15
1,737
‘เพื่อไทย’ เล็งส่งยศชนัน นั่ง รมว.อว. หลังได้โควตาร่วมรัฐบาล 8 เก้าอี้ เตรียมถกภูมิใจไทย เคาะข้อสรุป 24 ก.พ. นี้ วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ความคืบหน้าการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งพรรคเพื่อไทย ถึงรายละเอียดการจัดสรรโควตารัฐมนตรีที่ได้รับโควตาจากทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยได้รับสัดส่วนรวมทั้งสิ้น 8 ตำแหน่ง มีรายงานข่าวว่าจากการเจรจาเบื้องต้น พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรโควตาเก้าอี้ ครม. จำนวน 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย: ⚈ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ จำนวน 4 ตำแหน่ง ⚈ ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ จำนวน 4 ตำแหน่ง ไฮไลต์สำคัญของการจัดสรรบุคลากรในครั้งนี้ คือการพิจารณาวางตัว ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ให้เข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แหล่งข่าวระบุว่า การดำรงตำแหน่งดังกล่าวขึ้นอยู่กับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของยศชนัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่ายศชนันให้ความสนใจและมีท่าทีตอบรับในเชิงบวก เนื่องจากประเมินว่าตนเองสามารถเข้าไปช่วยขับเคลื่อนและพัฒนางานในกระทรวงได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาและการทำงานในระดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระบวนการจัดสรรโควตาและรายชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งยังไม่เป็นที่ยุติอย่างเป็นทางการ โดยแกนนำของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย มีกำหนดการนัดหมายเพื่อหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อพิจารณารายละเอียดและหาข้อสรุปเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ ครม. ให้มีความชัดเจนและลงตัวที่สุด #TheStandardNews #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เกมเดือดเลือกตั้ง69 #NewGameNewDeal
5
37
56
7,500
ทรัมป์เตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 31 มีนาคม-2 เมษายนนี้ คาดหารือภาษี-การค้า ทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกาเผย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายนนี้ ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2017 ♦️ วาระการหารือระหว่างสองผู้นำ ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือ ‘เรื่องกำแพงภาษี’ (Tariffs) และท่าทีการตอบโต้ทางการค้าของจีน เช่น การหยุดซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากนานาประเทศที่ทรัมป์เคยนำมาใช้เพื่อกดดันประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว ทั้งสองประเทศมีทิศทางนโยบายด้านพลังงานที่ ‘แตกต่างกันอย่างชัดเจน’ โดยจีนกำลังมุ่งลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีใหม่ พลังงานหมุนเวียน และการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ยังคงให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีประเด็นความตึงเครียดเรื่องไต้หวัน โดยสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการขายอาวุธและให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหว เนื่องจากจีนมีความมุ่งมั่นที่จะรวมไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ และมองประเด็นไต้หวัน เป็น ‘เส้นแดง’ ที่ทุกประเทศไม่ควรก้าวล่วง แม้แต่สหรัฐฯ การเดินทางจีนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเขาเคยเรียกว่า ‘ไวรัสจีน’ หลังจากที่จีนเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนมกราคม 2023 จีนได้พยายามสร้างความสัมพันธ์กับโลกภายนอกมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้ต้อนรับผู้นำชาติตะวันตกอย่าง มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา รวมถึงเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ตลอดจนเปิดประเทศต้อนรับสตรีมเมอร์ชาวอเมริกันชื่อดังอีกจำนวนไม่น้อย เพื่อกระชับสัมพันธ์กับโลกตะวันตก ทรัมป์พบกับสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ครั้งล่าสุดในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2025 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในข้อตกลง ‘สงบศึกทางการค้า’ (Trade Truce) โดยสหรัฐฯ ยอมลดภาษีนำเข้าบางส่วน ขณะที่จีนตกลงจะสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และผ่อนปรนมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) แฟ้มภาพ: Evelyn Hockstein / Reuters #TheStandardNews
11
17
1,808
เปิดหีบเลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่ เขต 15 คันนายาว กกต. ย้ายคูหาเข้าใต้อาคาร ฝ่ายการเมือง ประชาชนร่วมสังเกตการณ์ใกล้ชิด วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) สืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีจัดการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต กับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงลงประชามติใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ รวมทั้งมีมติให้นับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต กับ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงลงประชามติใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งและออกเสียงประชามติที่ 10 เขตเลือกตั้ง 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ เนื่องจากปัญหาพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยจัดให้ทั้งสองหน่วยเลือกตั้งอยู่ใต้อาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ตั้งแต่เวลา 7.30 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทั้ง 2 หน่วยได้เร่งทยอยติดป้ายประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งรายชื่อผู้สมัคร สส. ทั้ง 2 แบบ ข้อมูลบัตรเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งใหม่ เป็นไปตามกำหนดเวลาเดิมเหมือนวันเลือกตั้งจริง คือตั้งแต่ 8.00-17.00 น. ส่วนการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 จะเริ่มขึ้นใน 10.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ที่จะต้องดำเนินการเลือกตั้งและลงประชามติใหม่ พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 716 คน ส่วนหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติที่ 10 ซึ่งเป็นหน่วยที่นับคะแนนใหม่ มีจำนวนผู้มีสิทธิทั้งสิ้น 753 คน สำหรับการรักษาความปลอดภัย พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางชัน มาดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง สำหรับบรรยากาศวันนี้ยังมีประชาชนมาเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงตัวแทนจากฝ่ายการเมืองต่างๆ เช่น นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.), ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคประชาชน และ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นต้น ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #เกมเดือดเลือกตั้ง69 #NewGameNewDeal #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
55
48
4,791
กกต. กทม. ตรวจความพร้อมเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว ย้ายคูหาเข้าอาคาร ของดถ่ายภาพบัตร-การันตีบาร์โค้ดไม่กระทบความลับ วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) ลงพื้นที่ติดตามความเรียบร้อยการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติใหม่ ที่ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 (จัดลงคะแนนใหม่) และ หน่วยเลือกตั้งที่ 10 (จัดนับคะแนนใหม่) ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมหลังการเปิดหีบลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยในครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนสถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งเข้ามาอยู่ใต้อาคาร เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดพายุฝนพัดเต็นท์ถล่มจนส่งผลให้บัตรเลือกตั้งในหน่วยที่ 9 ชำรุดเสียหายและต้องจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ทั้งหมด ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 10 แม้วัสดุอุปกรณ์จะเปียกน้ำ แต่เจ้าหน้าที่สามารถปกป้องหีบบัตรไว้ได้ จึงกำหนดให้มีการนับคะแนนใหม่ในเวลา 10.00 น. ของวันนี้ สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 9 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 716 คน ทาง กกต. ประเมินว่าจะมีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิประมาณร้อยละ 70 หรือราว 500 คน ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติการออกมาใช้สิทธิในรอบที่ผ่านมา ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดราชการ ผู้อำนวยการ กกต. กทม. ยืนยันว่า ระเบียบขั้นตอน วัสดุอุปกรณ์ และวิธีการนับคะแนน ยังคงยึดตามมาตรฐานเดิมทั้งหมด แต่จะใช้บัตรเลือกตั้งชุดใหม่ที่จัดพิมพ์และจัดส่งมาใหม่โดยเฉพาะ ส่วนบัตรเลือกตั้งชุดเดิมได้ถูกจัดเก็บรักษาไว้ตามระเบียบเพื่อเตรียมนำไปทำลายตามขั้นตอน นอกจากนี้ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย (กปน.) ให้ซักซ้อมการปฏิบัติงานเสมือนจริง โดยเฉพาะขั้นตอนการนับคะแนนที่จะปรับรูปแบบการเปิดอ่านและขีดคะแนนให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นตามข้อจำกัดของสถานที่ ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลทางสังคมเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ ชี้แจงว่า กกต. ได้ออกแบบกระบวนการจัดการเลือกตั้งให้เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งจากข้อเท็จจริงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังไม่พบความเชื่อมโยงใดที่จะทำให้ทราบว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนให้ใคร จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบรักษาความลับ พร้อมกันนี้ ผอ.กกต.กทม. ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วโดยเด็ดขาด ทั้งก่อนและหลังการลงคะแนน เพื่อป้องกันความขัดแย้ง หากไม่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งยวดจะไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพโดยเด็ดขาด “หากอ้างเหตุจำเป็นเฉพาะหน้า จะไม่สามารถใช้ดุลพินิจของ ผอ. ประจำหน่วย ได้เพียงลำพัง แต่จะต้องผ่านการพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) และต้องสอบถามความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปด้วยความรอบคอบและมีเหตุผลรองรับ” ผอ.กกต.กทม. ระบุ ภาพ: ฐานิส สุดโต #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต
31
82
70
19,809
ทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก จาก 10% เป็น 15% มีผลบังคับใช้ทันที โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% เมื่อวานนี้ (21 กุมภาพันธ์) โดยมีผลบังคับใช้ทันที นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากทรัมป์เพิ่งประกาศอัตราภาษี 10% ไปก่อนหน้านี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางส่วนถึงกับตั้งตัวไม่ทัน ♦️ สาเหตุของการขึ้นภาษี การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีเดิม ที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA ทรัมป์จึงเดินหน้าใช้กลยุทธ์ทางการค้าที่แข็งกร้าวต่อไป แม้จะพ่ายแพ้ทางกฎหมาย โดยใช้อำนาจตาม มาตรา 122 กฎหมายการค้า 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดอัตราภาษีครอบคลุมทั่วโลกได้สูงสุด 15% เป็นเวลา 150 วัน เว้นแต่สภาคองเกรสจะต่ออายุให้ ทรัมป์เชื่อว่า วิธีนี้จะช่วยหารายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมการผลิตในประเทศ และเป็นการตอบโต้ประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ผลกระทบต่อแต่ละประเทศที่ ‘ไม่เท่ากัน’ อัตราภาษี 15% นี้ ทำให้ประเทศอย่างสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ ‘สูงขึ้นกว่าเดิม' ในขณะที่ประเทศอย่างจีน เวียดนาม อินเดีย และบราซิล กลับเสียภาษีในอัตราที่ ‘ต่ำลง’ อย่างมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อัตราภาษีแบบคงที่นี้อาจส่งผลดีต่อผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำในเอเชีย เช่น จีน เนื่องจากสินค้าจะยังคงมีราคาถูกแม้จะถูกบวกภาษี 15% แล้วก็ตาม สำหรับประเทศไทย ในภาพรวมยังคงได้รับประโยชน์อยู่บ้างจากคำสั่งของศาลสูงสหรัฐฯ จากเดิมที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 19% ซึ่งต่อมาลดลงเหลือ 10% (เริ่มบังคับใช้ 24 ก.พ. แต่มีการเปลี่ยนแปลงก่อนถึงเวลา) และปรับขึ้นเป็น 15% ในขณะนี้ ก็ยังถือเป็นอัตราภาษีที่ต่ำกว่าช่วงก่อนหน้านี้ 4% แม้อาจจะเป็น ‘ข่าวดีชั่วคราว’ ที่อาจมีอายุแค่ 150 วันเท่านั้นก็ตาม ♦️ ความผันผวนและผลกระทบต่อข้อตกลงการค้า การยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินเดิมของศาลสูงสหรัฐฯ สร้าง ‘ความไม่แน่นอน’ ให้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ยอมให้สัมปทานทางการค้าแก่สหรัฐฯ ไปแล้ว เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย ว่าควรจะรักษาสัญญาที่ตกลงกันไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้เตือนให้ประเทศต่างๆ ยึดมั่นในข้อตกลงเดิม มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับภาษีใหม่ สถานการณ์นี้สร้างความตึงเครียดต่อชาติพันธมิตร ทำให้ตลาดโลกปั่นป่วน และส่งผลกระทบต่อทั้งธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ต้องรับภาระต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น ♦️ แผนระยะต่อไป รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณว่ากำลังเตรียมใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 เพื่อกำหนดภาษีเป็น ‘รายประเทศ’ ตามพฤติกรรมทางการค้า หรือขยายภาษีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เหล็ก แร่ธาตุ และรถยนต์ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ♦️ ข้อยกเว้นการเก็บภาษี 15% นโยบายใหม่นี้ ‘ไม่ได้บังคับใช้กับทุกสิ่ง’ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าเกษตรบางชนิด เช่น เนื้อวัว เพื่อป้องกันปัญหาราคาสินค้าแพง รวมถึงสินค้านำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าของสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ตลอดจนประเทศในอเมริกากลาง นอกจากนี้ รถยนต์ต่างประเทศและเหล็กกล้าที่ถูกเก็บภาษีด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติอยู่แล้วก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราใหม่นี้ ภาพ: Aaron Schwartz / Reuters #TheStandardNews
122
55
10,185
กทม. เฝ้าระวังฝุ่น PM2.5 เช้านี้พุ่งเกินมาตรฐาน 15 พื้นที่ แตะระดับสีส้มเริ่มกระทบสุขภาพ พร้อมเร่งตรวจสอบจุดความร้อน วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำวัน ในช่วงเวลา 05.00-07.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 34.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยภาพรวมตรวจวัดได้ในช่วง 25.5-45.1 มคก./ลบ.ม. (เกณฑ์มาตรฐานต้องไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) แม้สถานการณ์ภาพรวมจะมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวาน แต่ ณ เวลา 07.00 น. ยังคงพบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ สีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) จำนวน 15 พื้นที่ 1. เขตประเวศ (หน้าห้างซีคอนสแควร์) : 42.8 มคก./ลบ.ม. 2. เขตบางขุนเทียน (ภายในสำนักงานเขต) : 42.6 มคก./ลบ.ม. 3. เขตบางพลัด (ภายในสำนักงานเขต) : 42.4 มคก./ลบ.ม. 4. เขตวังทองหลาง (หน้าปั๊มบางจาก ซ.ลาดพร้าว 95) : 42.3 มคก./ลบ.ม. 5. เขตลาดกระบัง (หน้า รพ.นคราภิบาล) : 42.0 มคก./ลบ.ม. 6. เขตราชเทวี (ภายในสำนักงานเขต) : 41.4 มคก./ลบ.ม. 7. เขตหลักสี่ (ภายในสำนักงานเขต) : 41.4 มคก./ลบ.ม. 8. เขตบางซื่อ (ภายในสำนักงานเขต) : 40.5 มคก./ลบ.ม. 9. เขตปทุมวัน (หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์) : 39.7 มคก./ลบ.ม. 10. เขตบางรัก (ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า) : 39.5 มคก./ลบ.ม. 11. เขตพระนคร (ภายในสำนักงานเขต) : 39.1 มคก./ลบ.ม. 12. เขตหนองจอก (หน้าสำนักงานเขต) : 38.9 มคก./ลบ.ม. 13. เขตจตุจักร (หน้า ม.เกษตรศาสตร์) : 38.3 มคก./ลบ.ม. 14. เขตภาษีเจริญ (หน้า ม.สยาม) : 37.9 มคก./ลบ.ม. 15. เขตบางนา (หน้าห้างบิ๊กซี บางนา) : 37.8 มคก./ลบ.ม. เนื่องจากคุณภาพอากาศในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ กรุงเทพมหานครจึงมีข้อแนะนำการปฏิบัติตัว ⚈ ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัยป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดเวลาทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ (ไอ, หายใจลำบาก, ระคายเคืองตา) ⚈ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง: สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้ง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากอย่างเด็ดขาด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที นอกจากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองแล้ว ข้อมูลจากดาวเทียมของหน่วยงาน NASA เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่สูงผิดปกติในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด เมื่อเวลา 13.24 น. ⚈ จุดที่ 1: เขตหนองแขม (แขวงหนองแขม) สาเหตุเกิดจากเพลิงไหม้หญ้า ซึ่งขณะนี้เพลิงสงบลงแล้ว ⚈ จุดที่ 2: เขตมีนบุรี (แขวงมีนบุรี) ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากบ้านได้ทางแอปพลิเคชัน AirBKK, เว็บไซต์ airbkk.com, LINE ALERT รวมถึงเฟซบุ๊กของสำนักสิ่งแวดล้อมและศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. ทั้งนี้ หากพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษหรือการเผาในที่โล่ง สามารถแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที ภาพ: ณาฌารัฐ​ ภักดีอาสา #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ณาฌารัฐภักดีอาสา
27
32
2,537
ศธ. แจงวิธีรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ใช้รหัสชั่วคราวคุมประวัติ ยืนยันงบประมาณและภาษีไม่กระทบเด็กไทย วานนี้ (21 กุมภาพันธ์) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความกังวลในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่าของภาษี การจัดสรรทรัพยากรในโรงเรียน และความเสี่ยงในการแอบอ้างหรือสวมสิทธิ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งต่อมา ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 รับทราบและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ จึงได้ดำเนินการออกประกาศตามมติ ครม. ภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางของรัฐ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษา โดยขอยืนยันว่ากระทรวงฯ มิได้เป็นผู้ริเริ่มเสนอเรื่องดังกล่าว ว่าที่ร้อยตรี ธนุ เน้นย้ำว่า การดำเนินการตามประกาศนี้ ไม่ใช่การให้สัญชาติไทย และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร สำหรับผู้สมัครเข้าเรียนที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก สถานศึกษาจะใช้ รหัสประจำตัวผู้เรียน (G Code) เป็นฐานข้อมูลเพื่อการเข้ารับบริการทางการศึกษาเท่านั้น นอกจากนี้ สถานศึกษาจะทำหน้าที่ประสานผู้ปกครองเพื่อรวบรวมเอกสารส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและจัดทำทะเบียนให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่ออุดช่องโหว่และลดความเสี่ยงต่อการสวมสิทธิ์ ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำหรับข้อกังวลของประชาชนเรื่องงบประมาณและภาษี โฆษก ศธ. อธิบายว่า การกำหนดแนวปฏิบัติให้ผู้เรียนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบโรงเรียน จะช่วยให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบ ติดตาม และกำกับดูแลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นผลดีกว่าการปล่อยปละละเลยให้อยู่นอกระบบ อันอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมในระยะยาว “ขอยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดจะไม่กระทบต่อสิทธิ โอกาสทางการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ และความปลอดภัยของเด็กไทย โดยได้กำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด และบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวทิ้งท้าย #TheStandardNews
7
22
24
3,784
อนุทิน ปัดข่าวปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ย้ำรอ กกต. รับรองผลทางการก่อนเจรจาโควตากระทรวง วานนี้ (21 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังมีกระแสข่าวการรวบรวมเสียงข้างมากได้ถึง 300 เสียง โดยได้ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่ากระบวนการเจรจายังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น และจำเป็นต้องรอให้สถานการณ์นิ่ง รวมถึงรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อน อนุทิน กล่าวถึงการประกาศรายชื่อพรรคร่วมรัฐบาลว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกและขั้นตอน พรรคภูมิใจไทยต้องการความชัดเจนและต้องรอให้สถานการณ์อยู่ตัวก่อนจะดำเนินการใดๆ “ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองกว่า 20-30 ปี และผ่านการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 มาถึง 3 ครั้ง ทำให้ทราบดีว่า กกต. ต้องใช้เวลาพิจารณารับรองผลไม่เคยเร็วกว่า 1 เดือน หรือตามกรอบกฎหมายที่ให้ไว้ถึง 2 เดือน การชิงออกตัวหรือประกาศก่อนที่ สส. จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการกระทำที่เร็วเกินไป พรรคต้องการให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้การสื่อสารและการตัดสินใจเป็นไปอย่างเด็ดขาดในครั้งเดียว” อนุทิน ระบุ ส่วนข้อกังวลเรื่องการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ อนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่ส่วนของพรรคการเมือง โดยส่วนตัวเชื่อมั่นในเจตนาอันบริสุทธิ์ของ กกต. ในการทำงาน และเชื่อว่าไม่มีใครสามารถก้าวล่วงการลงคะแนนของประชาชนได้ สำหรับกระแสข่าวข้อตกลงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนการจัดสรรโควตากระทรวงนั้น หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า ในระหว่างที่ยังไม่ทราบผลการรับรองอย่างเป็นทางการ ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับพรรคการเมืองที่มีการติดต่อกัน โดยตกลงให้ดำเนินการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน เมื่อสอบถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองที่แสดงความไม่พอใจผ่านสื่อ เนื่องจากไม่ได้รับการติดต่อให้เข้าร่วมรัฐบาล อนุทิน กล่าวว่า ท่าทีดังกล่าวช่วยให้เราอ่านความในใจของบุคคลที่อาจจะต้องประสานงานด้วยในอนาคต ขณะนี้ขอปล่อยให้สถานการณ์นิ่งไปก่อน เนื่องจากกระบวนการยังไม่นับหนึ่ง ประกอบกับในวันพรุ่งนี้ (22 ก.พ.) ยังมีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งซ่อมในบางเขต การด่วนดำเนินการก่อน กกต. ถือเป็นการไม่ให้เกียรติและไม่มีความเกรงใจ ในส่วนของโอกาสในการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ อนุทิน ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นพรรคการเมืองใด แต่ทุกอย่างต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน อนุทิน ได้กล่าวว่า ในระหว่างนี้รัฐบาลยังคงบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า แกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจนสามารถครองเสียงได้ระดับหนึ่ง ทำให้มีความมั่นใจและกล้าที่จะตัดสินใจดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และจัดลำดับเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้องไว้ท้ายสุด ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงปฏิกิริยาของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในขณะนี้ อนุทิน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาขัดแย้งใดๆ โดยล่าสุดเพิ่งได้มีโอกาสพูดคุยหารือกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมที่จังหวัดสงขลา #TheStandardNews
2
3
1,452
ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มภาษีต่างตอบแทนทรัมป์ ไทยอานิสงส์ลดเหลือ 10% ชั่วคราว ปชป. เตือนรัฐบาล-ผู้ส่งออกเร่งรับมือสงครามการค้าระลอกใหม่ วงการเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (The US Supreme Court) มีมติ 6 ต่อ 3 พิพากษาให้การจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ที่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย (ซึ่งเผชิญอัตราภาษีที่ร้อยละ 19) ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการค้าในทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการไทยให้ระมัดระวังและอย่าเพิ่งชะล่าใจ เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ได้เตรียมแผนสำรองเพื่อตอบโต้กลับทันที โดยประเมินผลกระทบและข้อควรระวังสำหรับประเทศไทยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. ภาษีลดเหลือ 10% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แม้ศาลจะสั่งยกเลิกภาษีร้อยละ 19 แต่รัฐบาลทรัมป์ได้อาศัยช่องโหว่ตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (The Trade Act 1974) ประกาศเก็บภาษีร้อยละ 10 กับทุกประเทศทั่วโลกทันที โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผลดี: สินค้าไทยมีภาระภาษีลดลงจากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 10 ในระยะสั้น ความเสี่ยง: กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เพียง 150 วัน (ถึงเดือนกรกฎาคม 2569) หลังจากนั้นสหรัฐฯ อาจนำมาตรา 301 มาใช้ไล่บี้ประเทศที่ถูกมองว่าทำการค้าไม่เป็นธรรม ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือบิดเบือนค่าเงิน 2. เงินคืนภาษีมหาศาลตกเป็นของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ประเด็นที่ผู้ส่งออกไทยต้องทำความเข้าใจคือ เงินภาษีที่ศาลสั่งให้คืนนั้น จะถูกจ่ายคืนให้กับผู้นำเข้าในฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกไทย ทางออกของผู้ประกอบการไทยคือต้องรวมกลุ่มเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอส่วนแบ่งหรือสิทธิประโยชน์คืน ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยากและยืดเยื้อ เนื่องจากทางการสหรัฐฯ มีท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ยอมจ่ายคืนโดยง่าย 3. แนะปรับกลยุทธ์เจรจารายสินค้า เมื่อกติกาโลกเปลี่ยน รัฐบาลไทยจำเป็นต้องปรับแผน โดยนายวีระพงษ์เสนอ 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ - เจรจารายตัว ดำเนินรอยตามประเทศอังกฤษ โดยเจรจาขอยกเว้นภาษีเป็นรายสินค้า ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเพื่อสร้างแต้มต่อ - เตรียมเกราะป้องกันจัดเตรียมข้อมูลให้รัดกุมเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาการค้าไม่เป็นธรรม ที่สหรัฐฯ อาจนำมาใช้อ้างอิงในการขึ้นภาษีรอบใหม่ นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มทองแดง อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังคงต้องเผชิญกับกำแพงภาษีต่อไป เนื่องจากอ้างอิงฐานกฎหมายคนละฉบับ (มาตรา 232) และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลทรัมป์จะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ ทั้งการขึ้นอัตราภาษีหรือขยายขอบเขตรายการสินค้าเพิ่มเติม โดยสรุป แม้ประเทศไทยจะได้รับผลดีระยะสั้นจากการปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 10 แต่สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนสงครามตัวแทนทางการค้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรายวัน ซึ่งการเจรจาเชิงรุกเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทย #TheStandardNews
5
12
1,916
1
8
6
2,982
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบน Truth Social เตรียมปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ชี้หลายประเทศ ‘เอาเปรียบ’ สหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ ทั้งนี้ ทรัมป์ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวโดยมีผลบังคับใช้ทันที อ้างอิง: cbsnews.com/news/trump-globa…
1
2
3
4,087
อนุทินควงภรรยาสวมชุดไทยนุ่งโจง นั่งรถโบราณ เปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 69 บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี และเวทีกลาง อำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมงาน อนุทินและภริยาได้นั่งรถหรูโบราณเข้างาน สวมชุดไทยเสื้อกำมะหยี่สีน้ำเงินขลิบดิ้นทอง นุ่งโจงกระเบนสีม่วง ขณะที่ ธนนนท์สวมชุดไทยห่มสไบ นุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงิน ก่อนจะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ณ พระนครคีรี (เขาวัง) พร้อมทำพิธีเปิดงาน อนุทินกล่าวว่า วันนี้ได้มาพบพี่น้องชาวเพชรบุรีด้วยความตื่นเต้นและดีใจ และเชื่อว่าทุกท่านก็คงไม่ผิดหวังที่ได้มาเห็นความสวยงามของจังหวัดเพชรบุรีมองไปด้านซ้ายมือเห็น ‘เขาวัง’ ที่มีความสวยงามมากเลย ยิ่งมีการประดับไฟยิ่งมีความสวยงามอลังการ ทั้งยังได้มีความใกล้ชิดกับชาวเพชรบุรี ได้เห็นรอยยิ้มการทักทายได้รับการต้อนรับเราสามารถรู้สึกได้ งานวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่งดงามของเมืองเพชรบุรี ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบสานมาจากรุ่นสู่รุ่น “จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดสู่ภาคใต้ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มีความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อเสียงด้านอาหารถิ่นรสเลิศ มาแล้วต้องลืมคำว่าเบาหวาน โดยเฉพาะขนมเมืองเพชร ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการอาหารในประเทศไทยให้ความสำคัญและห่วงใยกับสุขภาพของประชาชน ได้มีมาตรการลดความหวานลดน้ำตาลลงไป แต่ก็ยังคงความหอมความอร่อยอยู่ ผมจึงเชื่อว่าเพชรบุรีจะยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารถิ่นรสเลิศ UNESCO และองค์การที่เกี่ยวข้องในระดับสหประชาชาติ ได้ยกให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีครบ ไม่ว่าจะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่ล้ำค่าอย่างผืนป่าแก่งกระจาน แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง” อนุทินกล่าว อนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่พวกเราชาวเพชรบุรี แต่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะให้ความสนใจในการมาเที่ยวเพชรบุรีในช่วงนี้ซึ่งก็จะมีการเสริมสร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และยังเป็นเวทีแห่งการอนุรักษ์และสืบสานมรดกท้องถิ่นด้วยความภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพร้อมเพรียง ใน โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรีที่ได้ร่วมกันจัดงานครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชน ขอบคุณชาวเมืองเพชร ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศโดยการแต่งกายด้วยชุดไทยอย่างงดงามเป็นที่น่าชื่นชม ขอให้การจัดงานครั้งนี้พบแต่ความสำเร็จเป็นอย่างดี เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพื้นที่อื่นๆ ในการพัฒนากิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป อนุทินกล่าวในช่วงท้ายว่า ช่วงนี้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศพากันหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย เพราะเขามีความมั่นใจในประเทศของเรา เขาเชื่อว่ามาที่นี่มีความปลอดภัย ได้รับการต้อนรับที่ดีจากประชาชนคนไทย ได้พบกับสิ่งที่เขาต้องการ บ้านเรามีทั้งน้ำแม่น้ำ ทะเล ภูเขา อาหารที่อร่อย และมีคนท้องถิ่นที่มีจิตใจงดงาม สิ่งเหล่านี้คือการที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ดังนั้นในฐานะรัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถที่จะนำความผาสุก ความอยู่ดีกินดี ความมั่นคงความปลอดภัย มอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกคน #TheStandardNews
2
4
15
8,264
ณัฏฐา โกมลวาทิน รายงานจากเมืองเกเลฟู (Gelephu) โครงการ Gelephu Mindfulness City (GMC) ของภูฏาน ตามดูการก่อสร้าง ‘สนามบินนานาชาติ’ ที่จะเชื่อม GMC สู่โลกภายนอก และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ภายใต้แนวทางที่ภูฏานกำหนด #เกเลฟู #ภูฏาน #GelephuMindfulnessCity #Gelephu #GMC #Bhutan #NewsMoments #TheStandardNews
9
39
6,466